“ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ”
หรือ
“ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ” ( Influenza A H1N1 )


           นับตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2552 ที่สำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อและผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ที่เม็กซิโก จำนวนกว่า 2500 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 168 ราย อีกทั้งเชื้อไวรัสดังกล่าวได้มีการแพร่ระบาดไปยังประเทศใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้พบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อที่ทวีปยุโรปและเอเชีย จนทำให้องค์การอนามัยโลกได้มีการยกระดับการระบาดของโรคเป็นระดับ 5 ซึ่งหมายถึง พบว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อจากคนสู่คนในอย่างน้อย 2 ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน หรือมีการติดเชื้อข้ามประเทศเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา

           สาเหตุของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
           เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟูเอนซาทัยป์ A (Influenza virus type A) ที่เป็นสาเหตุให้เกิดไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ (Influenza) แต่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนองค์ประกอบทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัส (Antigenic shift) ที่มีการผสมผสานระหว่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และ เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 แสดงลักษณะของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

          มีการสันนิษฐานว่าเชื้อดังกล่าวจะมีหมูเป็นพาหะนำโรค และถูกเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่เข้าไปอยู่ในตัวต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา


การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เชื้อไวรัสมีการแพร่กระจายจากคนสู่คน ด้วยการสูดดมละอองฝอยจากการไอ หรือจามของผู้ติดเชื้อที่มีการแขวนลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงการสัมผัสจากสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ปกติเชื้อสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายมนุษย์ได้นานมากกว่า 2 ชั่วโมง ตามพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ตามพื้นโต๊ะ เป็นต้น เดิมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีชื่อเรียกว่า ไข้หวัดหมู (swine flu) จึงทำให้คนต่างเข้าใจผิดว่าการรับประทานหมูจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ แต่ความจริงแล้วเชื้อดังกล่าวไม่ได้ติดต่อกันทางการรับประทานเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหมู อย่างไรก็ตามเราควรปรุงอาหารที่ทำจากเนื้อหมูที่ปรุงสุกอยู่เสมอเพื่อลดการติดเชื้อชนิดอื่นด้วย

 
   
รูปที่ 2 การติดต่อและแพร่กระจายของเชื้อ

กลุ่มคนใดที่จัดว่าเป็นผู้ติดเชื้อ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดและติดเชื้อ (Center for disease Control and Prevention) ได้มีการจำแนกผู้สัมผัสและผู้ติดเชื้อออกเป็นดังนี้

  1. ผู้ที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อ (Suspected case) คือ กลุ่มคนที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory illness)* ร่วมกับมีประวัติ
    • สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิด** กับผู้ที่ติดเชื้อภายใน 7 วัน โดยผู้ติดเชื้อได้รับการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสอินฟูเอนซาทัยป์เอ H1N1 (swine influenza A H1N1)
    • เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาหรือต่างประเทศที่ซึ่งมีผู้ป่วยได้รับการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสอินฟูเอนซาทัยป์เอ H1N1 (swine influenza A H1N1) ภายใน 7 วัน
    • อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสอินฟูเอนซาทัยป์เอ H1N1 (swine influenza A H1N1)

                     หมายเหตุ * อาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory illness) หมายถึง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2 ข้อ คือ น้ำมูกไหล คัดจมูก เจ็บคอ (อาจจะมีหรือไม่มีไข้ก็ได้)
                    ** สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิด (Closed contact) หมายถึง อยู่กับผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อหรือผู้ที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายในระยะ 6 ฟุต

  2. ผู้ที่น่าจะติดเชื้อ (Probable case) กลุ่มคนที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory illness)* ร่วมกับมี
    • มีผลบวกต่อการตรวจห้องปฏิบัติการว่ามีการติดเชื้ออินฟูเอนซาทัยป์เอ (Influenza A) แต่ผลลบต่อ H1 และ H3 เมื่อตรวจในระดับโปรตีนของเชื้อไวรัสอินฟูเอนซา (influenza RT-PCR) หรือ
    • มีผลบวกต่อการตรวจห้องปฏิบัติการว่ามีการติดเชื้ออินฟูเอนซาทัยป์เอ (Influenza A)หรือการตรวจหาเชื้ออินฟูเอนซาด้วยกล้องฟลูออเรสเซน (influenza immunofluorescence assay (IFA)) ร่วมกับมีประวัติที่เข้าได้กับผู้ที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อ (Suspected case)
  3. ผู้ที่รับการยืนยันว่ามีการติดเชื้อ (Confirmed case) กลุ่มคนที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory illness)* ร่วมกับมีการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่ามีการติดเชื้อด้วยวิธี
    • การตรวจระดับโปรตีน (real-time RT-PCR)
    • การเพาะเชื้อไวรัส (viral culture)

อาการ
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะค่อย ๆมีการเพิ่มจำนวนเชื้อมากขึ้นจนแสดงอาการให้เห็นซึ่งอาจใช้เวลามากกว่าหรือเท่ากับ 7 วัน ดังนั้นในช่วงเวลา 7 วันหลังจากที่รับเชื้อจะเป็นช่วงที่มีการแพร่กระจายเชื้อได้มากที่สุด โดยลักษณะอาการแสดงคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือ ไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร บางรายอาจพบว่ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

การรักษา
นอกจากการรักษาตามอาการและอาการแสดงแล้ว การให้ยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อจะเป็นการช่วยให้มีอาการแสดงที่ไม่มากและสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรค ยาที่ใช้คือ Oseltamivir (Tamiflu) หรือ ยา Zanamivir (Relenza) ซึ่งการให้ยาต้านไวรัสดังกล่าวจะมีประสิทธิผลมากเมื่อให้ภายใน 2 วันหลังจากที่ผู้ป่วยแสดงอาการ

รูปที่ 3 แสดงยาต้านไวรัสที่ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

การป้องกัน
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคระบาดทางระบบหายใจที่มีความรุนแรง แม้ว่าจะไม่มีการรักษาหรือวัคซีนที่จะป้องกันโรคได้ในขณะนี้ ดังนั้นการป้องกันจึงนับว่าเป็นวิธีการยับยั้งการระบาดของโรคได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ซึ่งเราสามารถจะป้องกันได้ด้วยวิธีง่าย ๆดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยหรือติดเชื้อ และเมื่อคุณไม่สบายก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นด้วยเช่นกันโดยอาจจะต้องอยู่ภายในบ้านอย่างน้อย 7 วันนับตั้งแต่วันที่มีอาการ
  2. ใช้ผ้าปิดปากและจมูก โดยเฉพาะเมื่อมีการไอ หรือจาม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสัมผัสเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อ ดังรูปที่ 4
  3. รูปที่ 4 แสดงการป้องกันการสัมผัสเชื้อ
  4. ล้างมือบ่อย ๆด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อลดการสัมผัสเชื้อ
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา จมูก หรือปาก เนื่องจากเชื้อไวรัสอาจมีการแพร่กระจายตามแหล่งต่าง ๆ เมื่อคุณสัมผัสเชื้อแล้วมาสัมผัสที่ดวงตา จมูก หรือปากของคุณหรือบุคคลอื่นจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อเป็นไปได้มากขึ้น
  6. พยายามรักษาสุขภาพพลานามัยให้ถูกสุขลักษณะ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ขจัดความเครียด ดื่มน้ำมาก ๆ เป็นต้น

ข้อมูลโดย
พญ.พรรณราย เลอวัฒนกิจถาวร
Phanarai Lerwattanakitthavon,M.D.

ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลปิยะเวท (ชั้น M)
โทร : 02-625-6644-5
FAX : 02-641-4478

 


"ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009"

สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 [6 พฤษภาคม 2552]

คำถาม-คำตอบ เรื่อง “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1” [04/พ.ค./52]

สธ. ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ เป็นที่ปรึกษาแพทย์ร.พ.รัฐ-เอกชนทั่วไทยตลอด 24 ชั่วโมง [04/พ.ค./52]

สธ.ยังไม่ห้ามคนไทยเดินทางเข้า 16 พื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 [03/พ.ค./52]

สาธารณสุขไทยสรุปใช้ชื่อ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 [01/พ.ค./52]

สธ.เสริมกำลังพยาบาลประจำการจุดตรวจโรค ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกวันละ 6 คน [29/เม.ย./52]

คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก ฉบับที่ 1 [28/เม.ย./52]

สธ.เพิ่มมาตรการตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากแหล่งระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก หลังองค์การอนามัยโลกประกาศความรุนแรงเพิ่มเป็นระดับ 4 [28/เม.ย./52]

สธ.ตั้งทีมทำงานจับตา-รับมือไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกเต็มพิกัด ไม่มีวันหยุด [28/เม.ย./52]

แนวทางการเฝ้าระวังสอบสวนผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ระบาดในเม็กซิโก [28/เม.ย./52]

แนวทางการคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังและรักษาไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ ่(pandemic influenza) ในระยะเริ่มแรก สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข [28/เม.ย./52]

การนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เรื่องสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดในเม็กซิโก

สธ.ประชุมระดมผู้เชี่ยวชาญการควบคุมโรคทั้งสัตว์และคน วางมาตรการแข็งสกัดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดที่เม็กซิโก ไม่ให้เข้าไทย

สถานการณ์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

สธ.ยันไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวังผู้ป่วย ผู้สงสัยไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก

สธ. จับตาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในเม็กซิโกใกล้ชิด ยืนยันไม่พบเชื้อนี้ในไทย ประชาชนไม่ต้องกังวล

คำถาม-คำตอบ เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก


ศูนย์ข่าวสาร 02-590-3333 24 ชม. กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

WHO (World Health Organization)

 
 
 
บริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด(มหาชน)
998 ถนนริมคลองสามเสน แขวงบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์ 02-625-6500 โทรสาร 02-246-9253
แผนผังเวบไซต์ | เงื่อนไขการใช้งาน | นโยบายความเป็นส่วนตัว